web analytics

เกมฮิตติดชาร์ต ไพ่สลาฟ กับประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ

ประวัติความเป็นมาของ ไพ่สลาฟ นั้น มีความแตกต่างกันออกไป ด้วยรูปแบบวิธีการเล่นที่ล้อเลียนระบบศักดินา โดยการเรียกลำดับผู้แพ้ – ชนะ ในเกมว่า คิง, ควีน, ประชาชน และทาส ซึ่งเปรียบเหมือนการเปรียบเทียบระบบชนชั้นที่มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนเมื่อในอดีต โดยประวัติความเป็นมานั้นจะอ้างอิงมากจาก 2 แหล่งคือ

ชาวยิปซี ที่เป็นผู้คิดค้นเกมการเล่นนี้ในยุคกลางหรือปลายศตวรรษที่ 19 เนื่องจากเป็นยุคสมัยที่ต้องการทาสมาเพื่อซื้อ – ขายกัน ซึ่งในยุคแรกจะมีการใช้ไพ่ทาโรห์เป็นต้นฉบับ แต่พัฒนามาเป็นไพ่ป๊อกในที่สุด

ส่วนประวัติความเป็นมาจากแหล่งที่สองนั้น เชื่อว่า เกมส์ไพ่สลาฟ มากจากเกมไพ่ของญี่ปุ่น มีการเรียกการแพ้ – ชนะ ที่แตกต่างออกไปแต่ก็ยังมีส่วนที่ค่อนข้างคล้ายกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น มหาเศรษฐี, ประธาน, เศรษฐี, รองประธาน, สามัญ, เป็นกลาง, แย่, สกปรก และแย่มาก

ในส่วนประวัติการเล่นในประเทศไทยนั้น เป็นรูปแบบการเล่นที่หลากหลายปะปนกัน มีการเรียนชื่อที่แตกต่างกันออกไปตามภูมิภาค เช่น ราชา, อำมาตย์, ประชาชน, ทาส หรือ คิง, ควีน, อำมาตย์ และทาสนั่นเอง ซึ่งแต่ละที่มานั้นย่อมจะต้องมีการเรียกผู้แพ้ว่าทาส ในการเล่นอยู่เสมอ

ไพ่สลาฟ เกมไพ่ยอดฮิตที่สร้างความสนุก และพัฒนาสมอง

ไพ่สลาฟ เป็นเกมไพ่ มีรูปแบบการเล่นที่ค่อนข้างง่าย นิยมนำมาเล่นเพื่อคลายเครียด โดยรูปแบบการเล่น เกมส์ไพ่สลาฟ จะใช้ไพ่ด้วยกันทั้งหมด 52 ใบ และมีผู้เล่นอย่างน้อย 3 คน สูงสุดไม่เกิน 8 คนต่อหนึ่งวง ซึ่งผู้เล่นจะต้องทำวิธีใดก็ได้ให้ไพ่ในมือหมดเร็วที่สุดเป็นคนแรก จึงจะได้เป็นคิง ส่วนผู้เล่นที่ชนะลำดับต่อมาก็จะได้เป็นควีน คนที่สามจะเป็นประชาชน และคนสุดท้ายจะเป็นทาสหรือสลาฟนั่นเอง หากมองในมุนของผู้ที่คุ้นเคยแล้ว ก็คงจะเป็นที่ค่อนข้างง่ายพอสมควร แต่สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ก็คงจะยังมีคำถามในใจมากมาย ว่า เกมส์ไพ่สลาฟ นั้น คืออะไร มีกติกาหรือวิธีการเล่นแบบใด ในวันนี้จึงจะพาผู้เล่นทุกคนไปทำความรู้จักกับ ไพ่สลาฟ ให้มากยิ่งขึ้น

ไพ่สลาฟคืออะไร มีรูปแบบวิธีการเล่นแบบไหน ทำไมคนถึงเล่นกันเยอะ

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ไพ่สลาฟ ก็คือเกมไพ่ชนิดหนึ่ง สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ว่า ผู้เล่นทุกคนจะต้องทำวิธีการใดก็ได้ ให้ไพ่บนมือของหมดก่อนเป็นคนแรก เพื่อที่จะได้เป็นคิงใน เกมส์ไพ่สลาฟ นั่นเอง ในส่วนของลำดับหน้าไพ่แต่ละใบจะแบ่งออกดังนี้

  1. จะมีไพ่ 2 มีค่าใหญ่ที่สุดในเกม
  2. มีไพ่ A ,K, Q, J จะใหญ่รองลงมากตามลำดับ
  3. มีไพ่ 10, 9, 8, 7, 6, 5, 4 จะมีค่าตามหน้าไพ่เช่นเดิม
  4. และไพ่ 3 มีค่าเล็กที่สุดในเกมนั่นเอง
  5. ดอกบนหน้าไพ่จะเรียงจากเล็กไปใหญ่ กล่าวคือ ดอกจิก, ข้าวหลามตัด, โพธิ์แดง และโพธิ์ดำ
  6. ไพ่ตอง สามารถเอาชนะไพ่ 1 ใบได้
  7. ไพ่เรียงหรือไพ่สเตจ คือ ไพ่ที่เรียงกัน 3 ใบนั้น สามารถเอาชนะไพ่ใบเดียวได้ แต่ก็ยังแพ้ไพ่ตองอยู่ดี
  8. ไพ่ 4 ใบที่มีหน้าไพ่เดียวกันหรือมีเลขเดียวกัน สามารถเอาชนะไพ่คู่ได้

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็คือ ข้อควรรู้พื้นฐานที่ผู้เล่นทุกคนต้องทำความเข้าใจกันให้ดี จะได้ไม่สับสนในขณะที่เริ่มเล่นเกมไปแล้ว อีกทั้งยังช่วยให้การเล่น เกมส์ ไพ่สลาฟ นั้นง่ายขึ้นกว่าเดิมเป็นไหน ๆ

วิธีเล่นและรูปแบบการลง ไพ่สลาฟ ง่าย ๆ ทำได้ไม่ยาก มาดูกันเลย

บทความหัวข้อนี้จะมาอธิบายในเรื่องของวิธีการเล่น ไพ่สลาฟ และ รูปแบบการลงไพ่ของ เกมส์ไพ่สลาฟ นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นข้อควรรู้ที่สำคัญมาก ๆ ในกระบวนการเล่นเลยทีเดียว หากไม่รู้หรือไม่เข้าใจอย่างชัดแจ้งก็จะทำให้เล่นไม่สนุกหรือพลาดโอกาสในการชนะได้เลย

วิธีเล่น ไพ่สลาฟ

  • ในตาที่ 1 ผู้เล่นคนแระคือคนที่ถือไพ่สามดอกจิก จากนั้นจึงจะเวียนไปยังผู้เล่นคนอื่นจะทางซ้ายหรือทางขวาก็ได้ อีกทั้งผู้เล่นคนแรกจะลงไพ่แบบใดก็ได้ โดยการหงายไพ่ขึ้นไว้ที่กลางวง
  • คนถัดไป หรือผู้เล่นคนที่สองนั้น จะต้องลงไพ่ที่ใหญ่กว่าคนก่อนหน้า แต่ถ้าหากว่าผู้เล่นคนแรกลงไพ่คู่มาล่ะก็ ผู้เล่นคนต่อไปต้องลงไพ่คู่ตามไปด้วย และถ้าลงแล้วมีเลขหน้าไพ่เหมือนกันจะตัดสินที่ดอก ถ้าบนมือผู้เล่นคนปัจจุบันมีไพ่ที่ใหญ่กว่าสามารถผ่านได้
  • โดยวิธีการเล่นจะเล่นวนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ ราชา, ราชินี, ประชาชน และทาส ตามลำดับ


ในส่วนต่อมาคือรูปแบบการลงไพ่ใน เกมส์ไพ่สลาฟ นั่นเอง
โดยรูปแบบการลงไพ่จะแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

  • ไพ่เดียว ผู้เล่นคนถัดไปจะต้องมีไพ่เดียวที่สูงกว่า จะเป็นไพ่สเตจหรือไพ่ตองก็ได้ ในส่วนของการเล่นไพ่เดี่ยวนั้นจะไม่สามารถเล่นไพ่คู่หรือไพ่สี่ได้
  • ไพ่คู่ คือ ไพ่สองใบที่มีค่าเท่ากัน ผู้เล่นคนถัดไปต้องใช้ไพ่คู่ที่สูงกว่าหรือไพ่สี่นั่นเอง ในการเล่นไพ่คู่นั้นจะไม่สามารถวาง ไพ่เดียว, ไพ่สเตจ หรือไพ่ตองได้
  • ไพ่ตอง คือไพ่สามใบที่มีค่าเท่ากัน ผู้เล่นคนถัดไปจำเป็นจะต้องวางไพ่ตองที่สูงกว่าผู้เล่นคนก่อนหน้า
  • ไพ่สเตจ คือ ไพ่สามใบที่มีค่าเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก หรือมีดอกเหมือนกัน ผู้เล่นคนถัดไปจะต้องใช้ไพ่สเตจที่มีค่าสูงกว่า หรือไพ่ตองนั่นเอง
  • ไพ่สี่ คือ ไพ่สี่ใบที่มีค่าเท่ากัน ผู้เล่นคนถัดไปต้องลงไพ่ที่สูงกว่า

กฎในการเล่น ไพ่สลาฟ ในบางที่ ถ้าควีนไม่สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้ก็ไม่ต้องตกไปเป็นรองสลาฟ ส่วนประชาชน สามารถที่จะทำการค้ากันเองได้ โดยในช่วงที่คิงกับสลาฟ และควีนกับรองสลาฟแลกไพ่กันอยู่นั้น ประชาชนก็สามารถแลกไพ่กันเองได้หนึ่งใบ แต่ห้ามบอกว่าไพ่ใบที่แลกไปนั้นคือไพ่อะไร

ในส่วนของกฎพิเศษในฮ่องกง และมาเก๊า ก็มีด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มไพ่ชุดเรียง ต้องมีดอกเดียวกันและเรียงเลขกันตั้งแต่สามใบขึ้นไป, เรียงที่มีจำนวนไพ่เป็นเลขคู่ (เรียงสี่ใบ เรียงหกใบ) ตบชุดคู่และสี่ใบเหมือนได้, เรียงที่มีจำนวนไพ่เป็นเลขคี่ (เรียงสามใบ เรียงห้าใบ) ตบชุดเดี่ยวและตองได้, เรียงที่มีจำนวนไพ่เท่ากันให้ดูที่แต้มของไพ่ที่มีค่ามากที่สุดในแต่ละชุด, เรียงที่มีจำนวนไพ่มากกว่า ตบเรียงที่มีจำนวนไพ่น้อยกว่าได้ และเมื่อใดก็ตามที่มีการตบด้วยเรียง ค่าของไพ่จะกลับตาลปัตร ทั้งหมด คือ 3 ดอกจิกสูงสุดและ 2 โพธิ์ดำต่ำสุด แต่ลำดับการตบยังคงเดิม ทั้งหมดทั้งมวลนั้นคือกฎพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามา เพื่อปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับผู้เล่นในประเทศนั้น ๆ นั่นเอง

ด้วยรูปแบบของเกม ไพ่สลาฟ ทำให้ผู้เล่นทั้งหลายให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จนกลายเป็น เกมส์ไพ่สลาฟ ที่ได้รับความนิยมในวงกว้างมาเป็นเวลานาน เป็นเกมการเล่นที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการเดิมพันที่ต้องอาศัยไหวพริบในการช่วงชิงความได้เปรียบต่าง ๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ การจัดไพ่ให้มีความได้เปรียบมากกว่าผผู้เล่นคนอื่น ๆ เนื่องจากเป็นเกมที่ใช้ทั้งโชคเข้ามาช่วยในการได้ใบที่ดี รวมไปถึงไหวพริบของตัวผู้เล่นเอง ที่จะต้องรู้จัก และมีความเข้าใจไพ่ต่าง ๆ ให้เป็น จึงจะสามารถมีความได้เปรียบในเกมการเล่นนี้ อีกทั้งผู้เล่นจะต้องฝึกฝนทักษะการเล่นอยู่ตลอดเวลา อย่าชะล่าใจหรือทะนงตัวจนเกินไป

บทความที่เกี่ยวข้อง