web analytics

เปิด เทคนิคไพ่ป๊อก จะ 2 หรือ 3 ใบก็ได้เงิน

อีกรูปแบบการพนันที่คนไทยนิยมเล่นเพื่อฆ่าเวลา น่าจะหนีไม่พ้นการเล่น เกมไพ่ป๊อกเด้ง เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการเล่นค่อนข้างสั้น กติกาเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้ เทคนิคไพ่ป๊อก ขั้นเทพขั้นเซียนอะไรมากมาย แค่คณิตคิดไวก็สามารถเล่นได้ง่าย ๆ ในหมู่เพื่อนฝูงแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่นิยมเล่นกันเมื่อมีการรวมญาติหรือรวมเพื่อน ซึ่งมักจะมีการวางเดิมพันเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ กันเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน

แต่สำหรับบทความวันนี้ เรามี เทคนิคไพ่ป๊อก มาฝากเพื่อน ๆ ที่มองหาวิธีทำเงินในรูปแบบที่เกินคำว่าง่ายไปอีกระดับ แค่ใจถึง บวกเลขได้ สามารถทำ เกมไพ่ป๊อกเด้ง ให้เป็นการลงทุนที่มีกำไรพอประมาณได้ไม่ยากเลย เคล็ดลับสู่ความสำเร็จในการทำกำไรจากไพ่ป๊อกเด้งจะมีอะไรบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

เทคนิคไพ่ป๊อก กับที่มาที่ไปของไพ่ที่เราใช้เล่นกันทุกวันนี้

ก่อนที่จะลงลึกไปถึง เทคนิคไพ่ป๊อก ว่ามีวิธีการเล่นอย่างจึงจะได้เงินนั้น ขอเล่าที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็น เกมไพ่ป๊อกเด้ง อย่างทุกวันนี้กันก่อน การเล่นไพ่ป๊อกเด้งหรือเรียกกันทั่วไปว่าไพ่ป๊อกแปด ป๊อกเก้า มีต้นกำเนิดมาจากชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งชื่อว่า นายเกิง โกเนอร์ เกิดขึ้นครั้งแรกย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยการใช้แผ่นพลาสติกหรือกระดาษแข็งขนาดประมาณฝ่ามือ ซึ่งมีสัญลักษณ์ระบุอยู่บนหน้าไพ่ นำมาเล่นเป็นเกมในลักษณะต่าง ๆ

สัญลักษณ์บนหน้าไพ่นั้นประกอบไปด้วย 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, J, Q, K และ A รวมทั้งมีไพ่พิเศษที่เรียกว่าโจ๊กเกอร์อีก 2 ใบ โดยในไพ่หนึ่งสำรับจะมีจำนวน 52 ใบ ซึ่งจะหมายถึงสัปดาห์ทั้งหมดใน 1 ปี ที่จะมี 52 สัปดาห์ เมื่อนำเลขบนหน้าไพ่มาบวกกันแล้วจะได้ 365 วัน ก็เท่ากับ 1 ปีพอดิบพอดีอีกต่างหาก มีหน้าไพ่ 4 หน้าประกอบไปด้วยโพธิ์ดำ โพธิ์แดง ข้าวหลามตัด ดอกจิก นอกเหนือจากนี้ยังมีการแบ่งสีเป็นสีดำ และ สีแดง ซึ่งมีความหมายถึง เวลากลางคืนและกลางวันอีกด้วย

สำหรับความหมายของดอกไพ่แต่ละดอกนั้น แต่เดิมมีการแทนความอ้างอิงตามประวัติในยุคนั้น ๆ เช่น ฤดูกาล, วัยอายุ, กษัตริย์ เป็นต้น แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานปรากฎแน่ชัดเกี่ยวกับการแทนสัญลักษณ์ J, Q และ K บนหน้าไพ่ว่าหมายถึง กษัตริย์องค์ใด อย่างชัดเจน เป็นเพียงการคาดเดาของผู้ที่ตีความเองเท่านั้น

นอกเหนือจากการนำไพ่มาใช้เล่นเป็นเกมไพ่ในลักษณะต่าง ๆ แล้ว ยังมีการนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำหรับเล่นมายากล หรือ ใช้ในการพยากรณ์ดวงต่าง ๆ อีกด้วย สำหรับ เกมไพ่ป๊อกเด้ง ที่เล่นกันอยู่ในปัจจุบันนี้ มีการนำไปเป็นการเล่นในคาสิโนกันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งมีการพัฒนาเป็นการพนันในรูปแบบคาสิโนออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงผู้เล่นได้อย่างกว้างขวางมากขึ้นด้วย

ดอกไพ่ทั้ง 4 และสีทั้ง 2 กับ เทคนิคไพ่ป๊อก ต้องดูยังไง

นอกเหนือไปจากความหมายของดอกไพ่ทั้ง 4 ที่สื่อถึง ความรัก (โพธิ์แดง), ความรู้ (ดอกจิก), สินทรัพย์ (ข้าวหลามตัด) และ ความตาย (โพธิ์ดำ) แล้วนั้น รูปแบบการเรียงกันของไพ่ถือเป็นสิ่งสำคัญของ เทคนิคไพ่ป๊อก อีกด้วย

ในกรณีที่เจ้ามือแจกไพ่มาให้แล้วได้ผลเป็นไพ่ป๊อกตั้งแต่แรก ถ้าเจ้ามือไม่ได้ป๊อกเช่นกัน ก็จะถือว่าเกมจบสำหรับผู้เล่นคนนั้นเลย รอรับเงินจากเจ้ามือก็เป็นอันจบหนึ่งเกมเรียบร้อยแล้ว แต่ในกรณีทีไม่ได้ไพ่ป๊อกมาในมือตั้งแต่แรก ต้องพิจารณาแนวทางการเล่นต่อไปว่าจะจั่วเพิ่มอีกหนึ่งใบ หรือสามารถอยู่ได้แล้ว โดยดูว่าไพ่ที่ได้มามีอะไรบ้าง สำหรับ เทคนิคไพ่ป๊อก ที่สามารถชนะได้เมื่อมีไพ่ 3 ใบนั้น การเรียงของไพ่ในรูปแบบต่าง ๆ มีดังนี้

  • ไพ่สามเหลือง คือการได้ไพ่ภาษาอังกฤษทั้งหมดสามใบอย่างเช่น K – K – J หรือ Q – J – J ได้อัตราการตอบแทน 3 เท่า บางที่จะเรียกไพ่ลักษณะนี้ว่า ไพ่เซียน
  • ไพ่เรียง เริ่มตั้งแต่ 2 – 3 – 4 ขึ้นไปจนถึง Q – K – A ซึ่งใหญ่ที่สุด จะได้อัตราการตอบแทน 3 เท่า กรณีที่มีเจ้าได้ไพ่เรียงเช่นกัน ให้ตัดสินที่แต้มบนหน้าไพ่ ว่าใครเรียงไพ่แต้มใหญ่ก็จะชนะ
  • ไพ่เรียงดอกเดียวกัน เริ่มตั้งแต่ 2 – 3 – 4 ขึ้นไปจนถึง Q – K – A ซึ่งใหญ่ที่สุด ได้อัตราการตอบแทน 5 เท่า ในกรณีที่เจ้ามือได้ไพ่เรียงดอกเดียวกันเช่นกัน ให้ตัดสินที่ดอกไพ่ เรียงลำดับจากเล็กไปใหญ่คือ ดอกจิก ข้าวหลามตัด โพธิ์แดง และ โพธิ์ดำ
  • ไพ่ตอง คือ การเกิดไพ่ที่เลขเหมือนกันทั้งสามใบ โดยตองสามคือไพ่ที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากได้แต้มรวมทั้งสิ้นเท่ากับ 9 อีกด้วย ได้อัตราการตอบแทน 5 เท่า

สำหรับรูปแบบการเรียงของไพ่สามใบด้านบนนี้ ไม่สามารถเอาชนะไพ่ป๊อกได้ แต่สามารถเอาชนะไพ่ 2 ใบที่ไม่ใช่ไพ่ป๊อกได้ หรือก็คือไพ่ที่เป็นการรวมแต้มให้ใกล้เคียง 9 มากที่สุดนั่นเอง จะเห็นได้ว่าถึงแม้จะไม่ได้ดวงดี ได้ไพ่ป๊อกเข้ามาในมือตั้งแต่แรก แต่ก็ยังมีโอกาสในการเอาชนะเจ้าได้จากการลุ้นไพ่ 3 ใบ รวทั้งสามารถได้ผลตอบแทนหลายเท่าอีกด้วย จึงถือเป็น เทคนิคไพ่ป๊อก ทำเงินที่ใช้ได้ผลมาก ๆ เลยทีเดียว

เทคนิคไพ่ป๊อก จั่วไม่จั่ว ตัดสินใจยังไงดี

สำหรับ เทคนิคไพ่ป๊อก ในหัวข้อนี้พูดถึงเรื่องการจั่วไพ่ใบที่ 3 ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะสงสัยว่าควรจั่วหรือไม่จั่วจะดีกว่ากัน แบบไหนจะมีโอกาสชนะเจ้ามือได้มากกว่า ควรลุ้นไพ่ 2 ใบหรือ 3 ใบดี เพราะกติกาการเล่นไพ่ป๊อกสำหรับการเล่นแบบออนไลน์ บางที่ไม่ได้มีการกำหนดเอาไว้ว่า หลักจากแจกไพ่ 2 ใบแล้ว แต้มต้องมีไม่น้อยกว่าเท่าไหร่ถึงจะต้องจั่ว แต่เนื่องจากกติการการเล่นคือการรวมแต้มให้เข้าใกล้ 9 มากที่สุด เราจึงมีคำแนะนำในการพิจารณาว่าควรจั่วไพ่หรือไม่ควรจั่วแล้ว ในสถานการณ์ไหนบ้าง เทคนิคไพ่ป๊อก การเลือกเล่นไพ่ 2 ใบ มีดังนี้

  • ควรจั่วเมื่อได้แต้มรวมต่ำกว่า 5 เพราะโอกาสที่ไพ่แต้มต่ำตั้งแต่ A, 2, 3 หรือ 4 ยังมีโอกาสอยู่ถึง 30% ทีเดียว
  • ไม่จั่วเมื่อมีแต้มแบบ 4 แต้ม 2 เด้งในมือ เช่น 3 – A ดอกเดียวกัน หรือ 2 – 2 ดอกใดก็ได้ เพื่อลุ้นผลตอบแทนคูณ 2
  • กรณีมีจำนวนผู้เล่นเยอะ ๆ ถ้าไพ่เรามีแต้มประมาณ 5 – 6 อาจจะเลือกไม่จั่วแล้วก็ได้ เพราะโอกาสไพ่ไม่เข้าจะสูงขึ้น
  • การลุ้นไพ่ตองหรือไพ่เซียน มีโอกาสเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้นเมื่อจำนวนผู้เล่นมีมากกว่า 4 คน
  • ยิ่งผู้เล่นเยอะขึ้นการเอาชนะเจ้ามือจะง่ายขึ้น เน้นให้มีแต้มรวม 7, 8 หรือ 9 เอาไว้ก็เพียงพอ
  • กรณีที่เจ้ามือไพ่แต้มไม่ดีเท่าไหร่ มักจะเลือกจั่วเพื่อถัวเฉลี่ยความเสี่ยงของตัวเองอยู่ดี

กติกา เกมไพ่ป๊อกเด้ง เล่นง่ายได้เงินไว

สำหรับใครที่ยังไม่เคยเล่น เกมไพ่ป๊อกเด้ง แต่หลังจากที่อ่านบทความนี้แล้วได้ เทคนิคไพ่ป๊อก ไปแล้วอยากเอาไปทดลองเล่นดู ไปดูกติกาการเล่นไพ่ป๊อกเลย รายละเอียดของการเล่นมีดังนี้

  1. แต้มของไพ่
    • A = 1 แต้ม
    • 2 – 10 แต้มตามตัวเลขบนหน้าไพ่
    • J Q K = 10 แต้ม
  2. การแจกไพ่
    การแจกไพ่จะแจกเบื้องต้นคนละ 2 ใบ หากขอจั่วไพ่เพิ่ม ก็จะจั่วได้เพิ่มอีกคนละ 1 ใบรวมเป็น 3 ใบ แต่ถ้าไม่จั่วเพิ่ม ก็จะเรียกว่า อยู่ ทั้งนี้จะอยู่ได้นั้น ผลรวมคะแนนไพ่จะต้องได้อย่างน้อย 4 แต้มขึ้นไปถึงจะอยู่ได้
  3. การนับแต้ม
    • แต้มที่รวมหากเกิน 10 ให้เอาเฉพาะเลขท้าย เช่นได้ไพ่ A , J หรือ 1 + 10 เท่ากับ 11 แต้ม จะกลายเป็น 1 แต้มนั่นเอง
    • ถ้าได้ไพ่ 6 , 7 แต้ม จะรวมได้เป็น 13 แต้มหรือคิดเป็น 3 แต้ม ซึ่งจะน้อยกว่า 2 , 2 แต้มซึ่งเป็น 4 แต้ม
  4. การวัดผลแพ้ชนะ
    การวัดผลแพ้ชนะดูที่คะแนนมากกว่าก็ถือว่าชนะ แต่มีเงื่อนไขกรณีที่ไพ่ 2 ใบจะชนะ 3 ใบ นั่นก็คือ 8 และ 9 แต้ม ซึ่งเรียกป๊อก 8 และ ป๊อก 9 นั่นเอง จะสามารถชนะ 8 หรือ 9 แต้มแบบ 3 ใบได้ ซึ่งถ้าหากเจ้ามือได้ป๊อกเมื่อไหร่ ถือว่าไม่ต้องมีการแจกไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม เจ้ามือกินรอบวงยกเว้นผู้เล่นที่ได้ป๊อกชน หรือได้ป๊อกแต้มสูงกว่า
  5. ลำดับการเอาชนะของไพ่
    สำหรับลำดับการชนะจะเรียงดังต่อไปนี้ ป๊อก 9 (ป๊อกเก้า 2 เด้ง) > ป๊อก 8 (ป๊อกแปด 2 เด้ง) > ตอง > สเตรทฟลัช > เรียง > เซียน > 3 เด้ง หรือ 2 เด้ง หรือ ไพ่รวมแต้มธรรมดา
  6. ผลตอบแทน
    • ตอง อัตราจ่าย 5 เท่า
    • เสตรทฟลัช อัตราจ่าย 5 เท่า
    • เรียง อัตราจ่าย 3 เท่า
    • เซียน อัตราจ่าย 3 เท่า
    • 3 เด้ง อัตราจ่าย 3 เท่า
    • 2 เด้ง อัตราจ่าย 2 เท่า
    • ป๊อก 9 2 เด้ง และ ป๊อก 8 2 เด้ง อัตราจ่าย 2 เท่า
    • ป๊อก 9 ป๊อก 8 อัตราจ่าย 1 เท่า
    • ไพ่ธรรมดา 1 เท่า

ส่งท้ายบทความนี้สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจนำ เทคนิคไพ่ป๊อก ไปใช้เพื่อหารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ นอกเหนือจากรูปแบบการเล่น เกมไพ่ป๊อกเด้ง อย่างที่เคยทำมาในอดีต แล้วจะพบว่าจริง ๆ แล้ว ไพ่ป๊อกนั้นเล่นไม่ยากเลย กติกาง่าย เล่นจบตาได้ไว สามารถทำเงินได้จริง ซึ่งถ้าหากอยากจะอัพเลเวลการทำกำไรให้สูงไปกว่านี้ แนะนำให้ผันตัวเองเป็นเจ้ามือ แล้วใช้ เทคนิคไพ่ป๊อก ตามที่บอกช่วยทำเงินได้เลย เป็นเจ้ามือไพ่ป๊อกนั้นไม่ยาก แค่ใจใหญ่ กล้าได้กล้าเสีย เสี่ยงเมื่อควรเสี่ยง รับรองทำเงินได้เป้นกอบเป็นกำ

บทความที่เกี่ยวข้อง